เทคนิคการใช้บัตรเครดิตอย่างชาญฉลาด

“บัตรเครดิต” เป็นสินค้าการเงินที่คนประมาณ 99% ที่เป็นมนุษย์เงินเดือนน่าจะมีแน่ๆ และก็น่าจะมีบัตรเครดิตกันหลายใบหลายธนาคารกันซะด้วย ด้วยหลากหลายเหตุผลที่ว่าเดี๋ยวนี้เวลาช้อปปิ้งออนไลน์ ก็ใช้บัตรเครดิตซื้อได้ แล้วบางทีไปกินข้าวตามห้างสรรพสินค้า การจ่ายด้วยบัตรเครดิตก็ดูเหมือนจะได้ประโยชน์มากกว่าเงินสดซะอย่างนั้น เราลองมาดู 5 เทคนิคการใช้บัตรเครดิตอย่างชาญฉลาดกันดีกว่า

1. จำรอบบิลของ “บัตรเครดิต” ตัวเองให้ขึ้นใจ

อันนี้เรียกว่า Must Do เลยทีเดียว การที่เรารู้ว่าเราต้องจ่ายรอบบิลบัตรเครดิตตัวเองเมื่อไหร่เป็นสิ่งที่จำเป็น เพราะวันนั้นคือวันสุดท้ายที่เราต้องไปจ่ายในรอบบิลนั้น ถ้าจ่ายไม่ตรงวันขึ้นมาเราจะต้องเสียค่าปรับของบัตรเครดิต บอกได้เลยว่าค่าปรับของดอกเบี้ยบัตรเครดิตนั้นไม่ธรรมดา ดังนั้นห้ามเสียค่าปรับเด็ดขาด !!

2. เมื่อรูดบัตรเครดิตเสร็จนำเงินไปใส่ไว้ในกองทุนรวมตลาดเงิน

วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้เราได้กำไรจากการรูดบัตรเครดิตเพิ่มเติม โดยที่เมื่อเรารูดบัตรเครดิตแทนการจ่ายเงินสดแล้ว ให้เรานำยอดเงินจำนวนเท่ากันนั้นไปโอนใส่กองทุนรวมตลาดเงินไว้ เพื่อให้เงินเรางอกเงยเพิ่มขึ้น แทนที่จะวางไว้ในบัญชีออมทรัพย์ปกติที่ดอกเบี้ย 0.5%

ปัจจุบันผลตอบแทนกองทุนรวมตลาดเงินอยู่ที่ 1.1 – 1.3% ต่อปี ซึ่งถือว่าดีกว่าถึง 2 เท่าตัวเลยทีเดียว หรือจะเป็นเงินฝากพิเศษที่เป็นโปรโมชั่นของแต่ละธนาคารก็ได้เช่นกัน แล้วพอถึงรอบจ่ายบัตรเครดิตก็ให้ถอนเงินจากกองทุนรวมออกมาจ่ายค่าบัตร ซึ่งปัจจุบันธุรกรรมเหล่านี้ก็ทำในออนไลน์ได้เกือบทั้งหมดแล้ว

3. ยกมือให้ไวเวลาไปกินข้าวกับเพื่อนๆว่าเดี๋ยวเรารูดบัตรเครดิตเอง !!

คือเวลาที่ไปกินข้าวกับเพื่อนๆพอเรียกเก็บเงิน ก็จะต้องเอาบิลมาดูแล้วก็หารเงินสดจ่ายกัน ยิ่งรูดเยอะก็จะได้ทั้งแต้มสะสมและเงินสดมากขึ้น เรารูดไปก่อนก็ค่อยให้เพื่อนโอนคืนเอาก็ได้ แถมเดี๋ยวก็ทำพร้อมเพย์ได้แล้วด้วยไม่เสียค่าธรรมเนียม เป็นอะไรที่ชิวๆและสะดวกมากๆ

4. ตรวจสอบโปรโมชั่นบัตรเครดิตอย่างสม่ำเสมอ

เวลาบิลเรียกเก็บมาที่บ้าน แน่นอนว่าในซองจะไม่ได้มาแค่บิลอย่างเดียว แต่จะมีโปรโมชั่นต่างๆแนบมาด้วย เช่น ใช้ครบ 30,000 บาท ภายใน 2 เดือน จะได้รับกระเป๋าเดินทาง เป็นต้น ซึ่งถ้าเราใช้เป็นปกติอยู่แล้วก็แค่ลงทะเบียนนิดหน่อยก็ได้ของแถมฟรี หรือบัตรเครดิตที่เราถืออาจจะไปร่วมรายการกับร้านอาหารหรือร้านค้าที่เราใช้บริการบ่อยๆ ก็ทำให้เราได้ประโยชน์เพิ่มเติมเช่นกัน และที่สำคัญถ้าบัตรเครดิตที่เราใช้อยู่เกิดเปลี่ยนโปรโมชั่นจนสุดท้ายไม่ตรงกับความต้องการเรา ก็จะได้เปลี่ยนบัตรที่ใช้เพื่อหาบัตรเครดิตที่เหมาะกับเราที่สุด

5. อย่าลืมหาสติ้กเกอร์มาปิดเลข 3 ตัวท้ายหลังบัตรเครดิด

อันนี้เป็นเรื่องความปลอดภัยล้วนๆเลย เวลาที่เราซื้อของออนไลน์นอกจากที่เราจะกรอกเลข 16 ตัวหน้าบัตรแล้ว ส่วนใหญ่ระบบธนาคารจะให้เรากรอกเลข 3 ตัวท้ายด้วย เพื่อป้องกันในกรณีที่มีคนแอบดูบัตรเครดิตเราก็หาสติ้กเกอร์มาปิดเลข 3 ตัวท้ายไว้ซะหน่อยก็ช่วยป้องกันได้อีก 1 ระดับ

อย่างที่เรารู้กันว่าบัตรเครดิตนั้นมีค่าปรับในกรณีที่เราชำระคืนไม่ตรงกับงวดจ่าย ดอกเบี้ยปีนึงก็อยู่ที่ราวๆ 20%++ ซึ่งถือว่ามหาโหดมากๆ เพราะถ้าเราเอาเงินเราไปฝากธนาคารก็น่าจะได้แถวๆ 0.5% – 1% เท่านั้นสำหรับบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ปกติ

แต่ลองคิดให้ดีว่าบัตรเครดิตเค้าให้เงินเรามาใช้ก่อนตั้งหลายวัน แถมก็มีความเสี่ยงที่เราจะไม่คืนอีก ก็เลยไม่แปลกที่เค้าจะคิดดอกเบี้ยเราแพง ถ้าใครรู้ตัวว่าไม่สามารถควบคุมการใช้จ่ายของตัวเองได้ ไม่มีวินัยเรื่องการเงินอย่างที่สุด